Magic

posted on 20 Apr 2011 21:13 by planetdream

เวทย์มนต์

 

 

“งั้น แยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน”

 

 

เสียงของระฆังได้ดังก้อง

พอจอดรถที่ด้านหน้าของโบสถ์ พี่ฮิเมโกะก็ออกมาส่งฉัน

“เซตซึมิ ห้ามมาเยี่ยมฉันอีกแล้วนะ”

“เอ๋?”

อยู่ๆเธอก็พูดขึ้น...
คำที่หมายถึงการลาจาก.... และทั้งสองจะไม่ได้เจอกันอีกครั้ง

“นี่... ตอนนี้ฉันควรจะ...”

“คนที่เหลืออยู่ควรจะ... ทำยังไงดีหรอ”

“ไม่ต้องหรอก ก็แค่ทำตัวตามปกติก็พอ”

“พูดให้เข้าใจง่ายกว่านี้หน่อยสิ”

“ก็ตามที่บอกแหละ  ทำตัวธรรมดา....มีชีวิตปกติเหมือนเช่นทุกวัน

แม้เพื่อนสนิทกำลังจะจากไป แม้ทั้งสองจะไม่มีวันได้เจอกกันอีก...

คนที่เหลืออยู่ จะสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติเหมือนเช่นทุกวันได้หรอ

“….อย่าพูดอะไรยากๆแบบนั้นสิ”

“งั้น ยิ้มส่งฉันให้หน่อยก็แล้วกัน”

“…..”

“นั่นยิ่งยากกว่าอีก...”

จากนั้นเธอก็หันหลังกลับและเริ่มเดินไปยังโบสถ์ที่อยู่ภายหน้า

...ฉันมองแผ่นหลังของเธอ...พร้อมกับถามคำถามสุดท้าย

“พี่ฮิเมโกะ... คำถามสุดท้าย... ช่วยตอบฉันหน่อยได้ไหม”

“….ได้สิ”

“เนลโลน่ะ..”

“...เนลโลกับอาโลอาน่ะ... พวกเขามีความสุขหรือเปล่า”

“…..”

พี่ฮิเมโกะก้มลงเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินคำถามนั้น

...หลังจากนั้นซักพัก...
เธอมองไปยังโบสถ์อยู่แป๊ปหนึ่ง... ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่อยู่เบื้องบน

“ไม่รู้สิ....แบบไหนกันแน่น่ะ...”

“ฮะๆ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้ฉัน

แม้อีกไม่นาน เธอก็จะหายไปจากโลกใบนี้แล้วแท้ๆ....

เธอส่งยิ้มให้ฉันจนวินาทีสุดท้าย รอยยิ้มของเธอที่ฉันคุ้นเคย....

 

 

“งั้นก็...”

“ลาก่อนนะ...ปรมาจารย์คร๊อกเก็ต”

 

 

 

....และในที่สุด....
เพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดเป็นเวลา 40 วันในช่วงฤดูร้อนก็ได้จากไปสู่ชั้น 7....

‘ชื่อ ฮิเมโกะ’ ที่มาจากฮิเมะที่แปลว่าเจ้าหญิง และ โกะที่แปลว่าเด็ก ‘กรุ๊ปเลือด AB’  ‘อายุ 23 ปี’ ‘ราศีตุลย์’ ‘เพศหญิง’

สีของสายรัดข้อมือคือสีขาว

 

 

ในปี คศ.1999 หนึ่งในชาวคริสเตียนแคธอลิกกว่า 1 พันล้านคน ได้จากโลกนี้ไป

“ชอบเรียกฉันด้วยชื่อแปลกๆ...”

“และยังมาร่ายเวทย์มนต์ลึกลับใส่...”

“แต่ท้ายที่สุดเธอ....ก็จากโลกนี้ไป”

 

 

ท้องฟ้าที่พอมองขึ้นไปก็เห็นพระอาทิตย์ลอยอยู่เบื้องบน เสียงของระฆังที่ดังก้อง ท้องฟ้าที่แผ่ขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเหล่าจักจั่นที่ยังคงส่งเสียงหนวกหู

ทั้งๆที่อีกไม่นาน ฤดูร้อนก็จะจบลง...

วันนี้ก็ยังคงร้อนเหมือนเช่นทุกวัน....

 

 

 

 

 --------------------------------------

 

 

ฤดูร้อนที่ยาวนานในที่สุดก็ได้จบลง...

ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไปโดยไม่ทันรู้ตัว และก็ถึงช่วงเวลาที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะได้ยินแต่เสียงเพลงของงานคริสมาสต์ไปทั่ว

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เซตซึมิ มีพัสดุมาถึงลูกแน่ะ”

“อ๊ะ... ค่ะ”

ฉันรับกล่องเล็กๆจากคุณแม่ ถึงโดยปกติแล้วฉันจะไม่เคยได้รับพัสดุเลยก็ตาม

แต่ก็มีบางอย่างสะกิดใจฉัน

พัสดุที่ส่งมาให้โดยเจาะจงเวลานี้ ชื่อของผู้ส่งก็น่าจะเป็น....
ฉันกลับมาเช๊คชื่อของผู้ส่งที่ฉันสังหรณ์ใจไว้

....อาโลอา....

นั่นคือคำที่ถูกเขียนขึ้นเล็กๆด้วยปากกาลูกลื่น
....จากพี่ฮิเมโกะ....

ทำไมเธอถึงส่งพัสดุมาให้ ฉันเองก็ไม่รู้ แต่เธอก็ได้บอกฉันไว้ว่า ‘ จะให้อย่างอื่นแทน’ เมื่อตอนนั้น

และด้วยความไม่สบายใจระคนความตื่นเต้น.... ฉันก็เริ่มเปิดกล่องด้วยมือที่สั่นเทา....

 

 

“….ชุดเดรสหรอ?”

ชุดที่แต่งแต้มไปด้วยลายดอกทานตะวันบนผ้าสีขาวยามฤดูร้อน

นี่เป็นสิ่งที่พี่ฮิเมโกะเคยบอกไว้หลายครั้งว่าอยากซื้อให้ฉัน ...ของที่ฉันทำท่าว่าจะอยากได้...

ชุดเดรสกางอยู่บนมือทั้งสองข้าง ส่วนบนหน้าต่างก็แขวนชุดนอนที่ซักแล้วไว้

และตัวฉันที่กำลังใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียน

เครื่องแบบนักเรียนที่ยืนยันถึง ‘ชีวิตปกติ’ ของฉัน นอกจากชุดนอนที่ฉันมี

....หัวใจของฉัน....สั่นไหว

รู้สึกดีใจจนแทบอยากจะสอดมือเข้าไปสวมมันเสียเดี๋ยวนี้

....แต่แล้วฉันก็ต้องหยุดตัวเอง

และใส่มันกลับเข้าไปในกล่อง เดินออกไปจากบ้าน ไปหาคนที่ ‘เหมาะสม’ ที่จะรับของชิ้นนี้ไว้มากกว่าฉัน

เสียงลิฟต์ดังขึ้น

 

 

สถานที่ที่ฉันไม่ได้เหยียบเข้ามาหลายเดือน

เดินผ่านแผนกนางพยาบาลประจำ เพื่อที่จะหา ‘เธอ’ แต่กลับไม่เจอ ‘เธอ’ คนนั้นเลย

และห้องที่พี่ฮิเมโกะเคยอยู่นั้น... ก็ถูกแทนที่ด้วยป้ายชื่อของคนที่ฉันไม่รู้จักตามคาด

ทักทายกับคุณยายที่นั่งอยู่บนรถเข็นท่านหนึ่งเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินออกไปจากชั้น 7

ขณะกำลังกลับ ก็เหลือบไปเห็นสวนดอกไม้ของโรงพบาบาล

ในขณะที่แปลงอื่นๆถูกทิ้งร้าง แปลงตรงนั้นกลับเต็มไปด้วยดอกแดฟโฟดิลที่กำลังเบ่งบาน

**ดอก Daffodil เป็นอีกชื่อของดอก Narcissus

มันจึงทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า พวกมันที่เบ่งบานอยู่กลุ่มเดียวช่างดูสง่าและงดงาม

 

 

เสียงของระฆังที่ดังก้อง

เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่หลังจากงานศพของพี่ฮิเมโกะได้ผ่านไป

 

 

พอเข้ามาแล้วฉันจึงเรียก ‘เธอ’ คนนั้นที่ฉันกำลังตามหา

“พี่จิฮิโระ”

“อ๊ะ เซตซึมิหรอ”

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ มาทำอะไรที่นี่หรอจ๊ะ”

“เพราะไม่เจอพี่ที่โรงพยาบาลน่ะ”

“อ๋อ... พี่เลิกเป็นผู้ช่วยแล้วล่ะจ้ะ”

“พอรู้สึกว่าตัวเองทำใจได้แล้ว ฉันก็ตัดสินใจว่าจะพักน่ะ”

เธอพูดด้วยสีหน้าปกติไม่ต่างไปจากเดิม

พอเห็นแบบนั้นแล้ว...มันทำให้ฉันคิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่นั้นอีก...
‘ไม่ต้องไปต่อว่าพระเจ้าแทนพี่สาวแล้วล่ะ’ เหมือนเธอกำลังบอกฉันมาแบบนั้น

“แล้วมีอะไรงั้นหรอ หรือว่าจะมาสวดมนต์หรอจ๊ะ?”

“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…”

ฉันพูดพร้อมกับหยิบกล่องที่ใส่เสื้อเดรสไว้ออกมาจากกระเป๋าหิ้ว

“ของขวัญ....จากพี่สาวน่ะ”

“เอ๋?”

“ไซส์อาจจะเล็กไปหน่อย… ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“…..”

“งั้นหรอ... ขอบคุณนะ”

เธอขอบคุณก่อนที่จะรับกล่องนั้นไป แต่สีหน้าของเธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างแปลกๆ

“พี่จิฮิโระ?”

“…เปล่า ขอโทษนะ”

“ความจริง พี่สาวก็ฝากบอกพี่มาน่ะ...”

“เรื่องอะไรหรอ”

“ถ้าหาก...”

“เซตซึมิมาหาพี่แล้วพูดทำนองนี้ขึ้นมา”

“เอ๋?”

“แล้วก็... ถ้าถึงเวลานั้น... พี่สาวบอกว่าให้พี่มอบสิ่งนี้ให้”

 

 

แผนที่ถูกกางอยู่บนเตียง

บนนั้น เต็มไปด้วยถนนต่างๆมากมาย ทั้ง ทางหลวง ทางด่วน และทางอื่นๆที่ฉันไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อ

จังหวัดทั้ง 47 จังหวัดถูกแยกไว้บนแผนที่ด้วยสเกลที่มากกว่า 1 ต่อ 10000 และแยกย่อยไปตามแต่ล่ะเมืองด้วยสเกล 1 ต่อ 3000

คืนชุดเดรสไป...และได้รับแผนที่มาแทน....

บางที่พี่ฮิเมโกะ...อาจจะคาดไว้แล้วสินะ
ว่าฉันคงจะเลือก ‘ทางนี้’….

จากนั้นพอเปิดไป ก็มีซองจดหมายคั่นหน้าแผนที่ไว้อยู่ซองหนึ่ง
สิ่งที่อยู่ข้างใน..... คือแบงค์หมื่นเยน 5 ใบ

ครั้งหนึ่งตอนที่พี่สาวกำลังดูแผนที่เธอเคยบอกไว้ว่า ถ้ามีเงินขนาดนี้ล่ะก็จะสามารถไปที่ไหนก็ได้....

 

 

“สิ่งนี้มีไว้เพื่อคำพูดที่ว่า....’สุดท้ายแล้วฉันจะสามารถยิ้มออกมาได้’ ”

“….เป็น ’อีกครึ่ง’ ของเวทย์มนต์ที่หายไปหรือเปล่านะ…”

....ถ้ามี’พร’ล่ะก็ ‘คำสาป’เองก็มีเช่นกัน....

ฉันคงไม่เลือกทั้งสองอย่าง… และไม่คิดว่าฉันจะเลือกมันได้

ถ้าแบบนั้นแล้ว ฉันจะเป็นยังไงต่อไปกันนะ....

“...คนอย่างฉัน.... ซักวันหนึ่งจะสามารถยิ้มออกมาได้หรือเปล่านะ”

 

 

 

 

END

edit @ 20 Apr 2011 22:46:16 by planetdream