Kindness

posted on 11 Mar 2011 16:28 by planetdream
ความจริงใจ


 “ร้อน….”

คำพูดนั้นหลุดปากออกมา ดูเหมือนว่าวันนี้คงเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดในฤดูร้อน

และระหว่างที่ตัวฉันเดินฝ่าความร้อนไปโรงพยาบาลเหมือนเช่นเคยนั่นเอง

ฉันก็เปลี่ยนทางเดินไปยังสถานที่ที่ต่างออกไป

 



โบสถ์คริสต์

 นี่เป็นครั้งที่สองที่ฉันมาที่นี่ นับตั้งแต่ช่วงก่อนที่ฉันกับพี่ฮิเมโกะจะไปทะเล

.... ดูเหมือนว่าพี่ฮิเมโกะจะพยายามหลบหน้าพี่จิฮิโระด้วยเหตุผลบางอย่าง

หรือจริงๆแล้ว อาจจะไม่ใช่แค่พี่จิฮิโระ แต่รวมไปถึงครอบครัว เพื่อน หรือคนใกล้ชิดก็เป็นได้

เพราะฉะนั้นฉันจึงมาหาพี่จิฮิโระแทนพี่ฮิเมโกะ

ฉันเปิดประตูเบาๆพร้อมกับเดินเข้าไปเหมือนครั้งก่อน

 



“พี่จิฮิโระ...”

“อ๊ะ? เซตซึมิหรอ”

“ฉัน... เอานี่มาให้”

ฉันพูดพร้อมกับยื่นกุญแจที่ได้รับมอบมา

“พี่ฮิเมโกะบอกว่าให้เอามาให้น่ะ”

“งั้นหรอ ขอบคุณนะ ทั้งๆที่อากาศร้อนแบบนี้...”

เธอรับกุญแจไป พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย

จากนั้นพี่จิฮิโระก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

“อ๊ะ…”

เธอค่อยๆซับเหงื่อที่ไหลลงมาตามหน้าของฉันอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณ”

“นี่ๆ ช่วยฝากไปบอกพี่ให้หน่อยได้ไหม”

“…?”

“ถ้าเมื่อไรที่พี่ต้องการมันล่ะก็…”

“บอกหนูได้ทุกเมื่อเลยนะ...”

“อืม เข้าใจแล้ว”

ระหว่างที่เธอพูดไปนั่นเอง พี่จิฮิโระก็ยังคงซับเหงื่อให้ฉัน

“...งั้น ฉันไปล่ะนะ…”

“อ๊ะ.. เดี๋ยวก่อนจ้ะ”

“ขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานพรอันเปี่ยมล้นและความสุขความสวยงามแก่ท่าน...”

“เพื่อฉัน..อีกแล้วหรอ?”

ไม่มีคำพูดตอบออกมาจากคำถามนั้น มีเพียงรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่มอบให้ฉัน

 



พอเดินออกมาจากโบสถ์ ก็เหมือนตกอยู่ในพายุเสียงของเหล่าจักจั่น

แดดแรงๆจากดวงอาทิตย์ที่อยู่เหนือหัวพอดีกับเงาที่ทอดสั้นสีดำสนิทในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน

พี่จิฮิโระบอกว่าเดี๋ยวเธอจะไปมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นก็จะตรงไปที่ชั้น 7 ของโรงพยาบาล

วันเสาร์เธอจะไปช่วยงานที่โรงเรียนคนพิการส่วนวันอาทิตย์เธอจะไปช่วยทำพิธีมิสซา

ฉันเชื่อว่า พี่จิฮิโระดูต่างออกไปถ้าเทียบกับคนในวัยเดียวกัน ซึ่งปกติแล้วพวกคนในวัยนี้
มักจะคิดแต่เรื่องของตัวเอง หาอะไรสนุกๆทำไปวันๆ

ไม่ว่าพี่จิฮิโระจะเป็นคนเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบนี้เอง หรือว่านี่เป็นเรื่องปกติของ
คนที่นับถือคริสต์คาธอลิกเองนั้น ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

ฉันกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เดินไปตามเทปสีขาวที่แปะอยู่บนพื้น และมุ่งหน้าสู่ลิฟต์ตัวเดิม

เสียงลิฟต์ดังขึ้น

บนชั้น 7 ที่คุ้นเคยดี ฉันรีบมุ่งไปยังห้องพักที่พี่ฮิเมโกะกำลังรออยู่

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เชิญจ้ะ”

 


 


“ยินดีต้อนรับจ้า วันนี้คงร้อนน่าดูเลยเนอะ”

“หืม?”

ก่อนที่ฉันจะทักตอบ ฉันก็เหลือบไปเห็นอะไรแปลกๆ เหมือนพี่สาวเหมือนกำลังจะ
รื้อของบางอย่างอยู่

“อ๊ะ ของพวกนี้หรอ พอดีวันนี้เป็นวันอาบน้ำน่ะ พี่ก็เลยกำลังเตรียมตัวอยู่”

พอพี่สาวพูดอย่างนั้น ฉันเลยสังเกตเห็นว่าของบนโต๊ะก็คือพวกกะละมัง แชมพู แล้วก็อื่นๆ

“จริงสิ เธอก็เข้ามาด้วยกันกับพี่สิ”

“เข้า?”

“ใช่แล้ว เข้าไปอาบน้ำด้วยกันไง”

“….”

“เอ๋??”

“….”

“ฮะๆๆ...”

“มีอะไรน่าขำน่ะ”

“ท่าทางตะกี้สุดยอดไปเลยล่ะ ยิ่งปกติเธอเป็นพวกหน้าตายด้วยแล้วน่ะนะ!”

“….”

“น่าๆ เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ไม่เห็นจะต้องอายกันเลย”

ฉันนึกจะสวนกลับไปว่าพี่ฮิเมโกะเหมือนผู้ชาย แต่ก็หยุดไว้ก่อน

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”

“อ๊ะ.. เดี๋ยว..”

“น่าๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า”

พี่ฮิเมโกะลากฉันไปกับเธอ พี่สาวดูจะกำลังสนุกกับท่าทีลังเลของฉัน


---------------------------------------------------------------------


“เห็นไหม พอได้อาบน้ำแล้วรู้สึกสบายตัวใช่ไหมล่ะ”

“อืม”

สุดท้ายฉันก็โดนบังคับให้เข้ามาอาบน้ำด้วย

ถึงตอนแรกฉันคิดว่าห้องน้ำคงไม่ได้กว้างพอสำหรับคนสองคน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างทิ่คิด

เหมือนกับว่ามันถูกสร้างโดยคำนึงถึงคนไข้ที่ต้องมีผู้ช่วยเหลือตามเข้าไป

แต่นอกจากขนาดของอ่างอาบน้ำแล้ว ยังมีสิ่งที่ฉันตกใจยิ่งกว่า

“…มันดู... แปลกหรอ?”

พี่สาวพูดพร้อมกับชี้ไปที่รอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนหน้าอก

เป็นรอยแผลที่ใหญ่มาก จนรอยแผลเป็นของฉันดูเล็กไปถนัดตา

“ถึงยังไงพี่ก็ยังเป็นผู้หญิงนี่นะ”

“พอเห็นมันครั้งแรก พี่ก็แทบช๊อคไปเลยแหละ”

ฉันฟังพี่สาวพูดเงียบๆ แม้อยากจะตอบ แต่ฉันก็ไม่รู้จะตอบไปว่าอะไรดี

“นี่ๆ เดี๋ยวพี่จะถูหลังให้ มานั่งนี่สิ”

“...อืม ได้สิ”

พี่สาวถูหลังให้ฉันด้วยผ้าขนหนูอย่างอ่อนโยน พร้อมกับใช้น้ำจากฝักบัวค่อยๆล้างสบู่

ซึ่งมันทำให้ฉันนึกถึงพี่จิฮิโระ น้องสาวของเธอที่เข้ามาซับเหงื่อให้ฉันเมื่อไม่นานมานี้

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพี่ฮิเมโกะเป็นคนที่นับถือในตัวศาสนาคริสต์คาธอริกหรือเปล่า

แต่ฉันเชื่อว่าพี่สาวทั้งสองนั้น เป็นคนที่อ่อนโยนมาก

“นี่ พี่ฮิเมโกะ”

“ทำไม... พี่ถึงหลบหน้าพี่จิฮิโระงั้นหรอ”

“หืม?? ก็ตามที่เคยพูดไปนั่นแหละ”

“เพราะว่า... เธอเป็นคนที่อ่อนโยน และใจดีน่ะหรอ?”

“ก็.... ถูกครึ่งนึงล่ะนะ”

“งั้น ที่เหลืออีกครึ่งนึงล่ะ”

“นั่นนะ... เป็นความลับจ้ะ มันเป็นส่วนหนึ่งของกฎด้วย”

‘กฎ’ เป็นคำที่ได้ยินบ่อยจนคุ้นหู

“ถ้างั้น แล้วฉันล่ะ”

“เพราะฉันไม่ใช่คนที่อ่อนโยนและใจดี พี่สาวเลยจริงใจกับฉันอย่างนั้นหรอ”

“….”

คราวนี้พี่ฮิเมโกะเป็นฝ่ายเงียบไปหลังจากได้ยินคำถามนั้น

และหลังจากที่พี่สาวคิดอยู่ซักพักนั่นเอง

“เธอเป็นข้อยกเว้นจ้ะ... ก็เป็นปรมาจารย์คร๊อกเกตนี่”

“….”

“…เรียกแบบนั้นอีกแล้วหรอ…”

เสียงสาดน้ำดังขึ้น

“อ๊ะ!”

“เอาล่ะ เดี๋ยวไปเช็ดตัวกันได้แล้ว”

สุดท้าย พี่สาวก็พูดเลี่ยงที่จะคุยเรื่องนี้

แต่ถึงพี่สาวจะยอมคุยด้วย คำพูดของเธอก็คลุมเครือและบางครั้งก็เต็มไปด้วยความลับ

...แต่ บางที...

พี่สาวอาจจะนึกถึงใครบางคนเวลาที่เห็นฉันก็เป็นได้...


 ---------------------------------------------------------------------

 


เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เป็นไงบ้างจ๊ะ กินหมดไหม”

“อ๊ะ... ค่ะ”

“แล้ว นี่เหลือบร๊อคโคลี่ไว้อีกแล้วหรอเนี่ย”

“ก็... ไม่เห็นมันจะอร่อยตรงไหนเลยนี่”

“เฮ้อ... ช่วยไม่ได้นะ”

เมื่อก่อนเธอมักจะยอมกินมันจนหมด แต่ตอนนี้เธอกลับไม่ยอมกินและบอกว่ามันไม่อร่อย

ซึ่งนั่นไม่ใช่เพราะอาการป่วยทรุดลงจนไม่อยากอาหาร

แต่เป็นเพราะเธอก็แค่เริ่มคุ้นเคยกับฉันจนตัวเธอแสดงออกมากขึ้น ซึ่งนั่นทำให้ฉันรู้สึกดีใจนิดๆ

“งั้นก็ นี่จ้ะ วัดไข้นะ”

“จะอมก็ได้ แต่ห้ามกัดนะ”

“ค่ะ”

เธออมปรอทวัดไข้ไว้ในปากพร้อมกับยิ้มให้ฉัน

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างที่เปิดได้แค่ 15 เซน ส่องสะท้อนตัวเธอจากด้านข้าง

วันนี้เธอก็ส่งยิ้มให้ฉันที่นั่งลงบนเก้าอี้พับข้างๆเหมือนเช่นทุกวัน

“อ๊ะ อะอว่าไอ” (จะว่าไป)

“เดี๋ยวเถอะ ห้ามพูดขณะอมปรอทวัดไข้นะ!”

“ค่า...”

เสียงปรอทวัดไข้ดังขึ้น

พอเสียงปรอทวัดไข้ดังขึ้น ฉันก็หยิบมันมาดูตัวเลขที่แสดงบนจอ LCD

“เท่าไรหรอ?”

“36.5 ปกติดีน่ะ”

“งั้น วันนี้พวกเราก็ไปกันได้น่ะสิ”

“สวนดอกไม้หรอ หรือว่าจะเป็นไอศกรีม”

“อืม... อันไหนดีน้า เลือกยากจัง”

ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องอุณหภูมิร่างกายหรือเป็นไข้ล่ะก็ พวกเธอจะไปที่ไหนก็ได้

คุณหมอได้อนุญาตมาแบบนั้น และมันก็ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเราไป

“อ๊ะ จริงสิ”

“จะว่าไปนะ มีคุณป้าที่หนูไม่รู้จักมาคุยกับหนูด้วยล่ะ”

“คุณป้าที่หนูไม่รู้จัก? เมื่อไรหรอ”

“อืม...ก็ เมื่อคืนวานแน่ะ”

ใครกันนะ? คนที่สามารถขึ้นมาบนชั้น 7 นี้ได้ทั้งๆที่เป็นชั้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา

ก็คงเป็นไม่ก็ผู้ป่วยหรือคนในครอบครัวที่มาเยี่ยม  หรือบางทีก็อาจจะเป็น คุณหมอ
นางพยาบาลหรือไม่ก็ผู้ช่วยเหลือ

นอกจากนั้น นานๆทีก็จะบาทหลวงหรือไม่ก็ซิสเตอร์เข้ามาบนนี้ อาจจะใช่ก็ได้

“เป็นคนที่มาเยี่ยมคนไข้คนอื่นหรือเปล่านะ?”

“เปล่าค่ะ คุณป้าเขาใส่ชุดนอน หนูคิดว่าน่าจะเป็นคนบนนี้”

แบบนั้นก็แปลกนิดๆแฮะ

แน่นอนว่าบนหอผู้ป่วยชั้นอื่น การพบปะกันระหว่างคนไข้เป็นเรื่องธรรมดา

และการพานพบกันที่นี่ในบางครั้ง ก็อาจจะสร้างเพื่อนคู่ชีวิตหรือหุ้นส่วนทางด้านธุรกิจเลยก็เป็นได้

แต่บนชั้น 7 นี้ต่างออกไป

เพราะทุกคนต่างก็พะวงกับความตายที่กำลังใกล้เข้ามาจึงไม่มีใครคิดที่จะสร้างความสัมพันธ์
กับผู้ป่วยคนอื่น

“แล้ว ได้คุยอะไรกันหรอจ้ะ”

“ก็...ถูกถามว่า ‘ครั้งที่เท่าไรแล้ว’ น่ะคะ

“’ครั้งที่เท่าไรแล้ว’ งั้นหรอ...”

“อืม ถ้าเป็นครั้งแรกล่ะก็ คุณป้าเขาบอกว่ามีเรื่องจะต้องบอกหนูน่ะ”

“แล้ว หนูบอกไปว่ายังไงหรอ”

“พอพูดไปว่า ‘หนูไม่ค่อยเข้าใจ’ คุณป้าเขาก็บอกว่าไว้คราวหลังค่อยคุยกันอีกที”

เรื่องอะไรกันนะ

จะว่าไป ฉันเองก็เคยได้ยินข่าวลือมาบ้างเหมือนกัน

ข่าวลือที่ว่าจะมีสิ่งที่บอกต่อๆกันมาบนชั้น 7 นี้ เป็นกฎหรืออะไรพวกนั้น

แน่นอนว่าฉันไม่เชื่อข่าวลือนั่น แล้วพอได้ถามผู้ช่วยคนก่อนๆ พวกเขาก็ตอบปฏิเสธว่าไม่มี

แต่...ถ้ามีสิ่งที่บอกต่อกันมาจริงๆ พวกเขาบอกต่ออะไรกันมานะ?

“….”

“…พี่สาวคะ?”

“อะ.. อา โทษทีนะจ๊ะ”

ฉันเหม่อไปซักพัก

“งั้น วันนี้พวกเราไปสวนดอกไม้กันไหม”

“ก็นะ วันที่อากาศไม่ร้อนแบบนี้หายากออก”

“อืม... ไอศกรีมก็อยากกินอะ”

“เพราะงั้นไง เราไปกินไอศกรีมที่สวนดอกไม้กัน”

 



ถึงแม้จะเป็นวันที่ค่อนข้างเย็นและมีลมพัดมาตลอด แต่ก็นั่นก็ยังเป็นช่วงกลางฤดูร้อนที่
แดดยังคงแรงเหมือนเดิม

เพราะฉะนั้นฉันจึงปล่อยเธอให้นั่งพักใต้ร่มเงาที่สวนแล้วเดินไปซื้อ
ไอศกรีมที่ร้านสะดวกซื้อแถวนั้น

“แฮ่ก ๆ โทษทีที่ให้รอจ้ะ”

ฉันวิ่งกลับมาพร้อมกับไอศกรีมที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อในมือ

 


“อ๊ะ พี่เหงื่อชุ่มไปหมดเลย”

“เฮ้อ ร้อนจริงๆ”

ความร้อนจนทำให้เหงื่อผุดเป็นเม็ดๆ ทำเอาฉันเผลอใช้กระโปรงเป็นพัดโดยไม่รู้ตัว
วิ่งไปตามถนนในช่วงกลางฤดูร้อน เหงื่อจะออกขนาดนี้ก็ไม่แปลก

“เอ้า ไอศกรีมจ้ะ ยังไม่ละลายด้วยนะ

“อื้ม ขอบคุณค่ะ”

“แล้ว.... ของพี่สาวล่ะคะ?”

“ฮิๆ ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ”

ฉันพูดพร้อมกับแกะไอศกรีมแท่งราคา 60 เย็นออกมา และถือโชว์อย่างอวดๆ

“แต่น แตน แต๊น”

“อ๊ะ มี 2 แท่งนี่นา”

“นี่แน่ะ”

ฉันหักออกเป็น 2 ส่วน

“เอ้า นี่จ้ะ คนล่ะครึ่งนะ”

“ฮะๆๆ ค่ะ”

 



ภายใต้แสงแดดอันร้อนระอุ เราสองนั่งทานไอศกรีมแท่งกัน

“ไอศกรีมเนี่ย เหมาะกับการกินในเวลาร้อนๆจังเลยน้า

“อิ้ม แต่ก็ละลายเร็วไปหน่อย”

เราสองนั่งกินไอศกรีม ดอกแพนซีและเยอบีรี่ต่างเบ่งบานชูดอกขึ้น
ท่ามกลางสวนดอกไม้อยู่ภายหน้า

และในแปลงสำหรับดอกไม้ฤดูหนาวก็ยังคงว่างเปล่า แต่ในอีกไม่นานก็จะมีดอกไม้เบ่งบานเช่นกัน

 



“แล้วก็... หนูอยากให้พี่ทำแบบคราวก่อนให้หนูอีกทีน่ะ”

“ได้สิ งั้นถือไอศกรีมให้พี่แป๊ปนึงนะ”

“ค่ะ”

สองมือของเด็กน้อยถือไอศกรีมไว้ข้างล่ะแท่ง แท่งหนึ่งของฉัน ส่วนอีกแท่งเป็นของเธอ

จากนั้นฉันก็หยิบสายลูกประคำออกมาจากกระเป๋าและค่อยๆประสานมือเข้าด้วยกันเหมือนทุกที

“โปรดประทานอภัยให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย...”

“เหมือนกับที่ข้าพเจ้าอภัยให้แก่ผู้อื่น”

ฉันท่องบทภาวนาต่อพระบิดา ซึ่งเป็นของพระเยซูคริสต์

ไม่ว่าจะเป็นพรบทไหนก็คงไม่มีปัญหาอะไร

แค่ฉันส่งความรู้สึกให้เธอ อยากให้เธอมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว

“เอาล่ะ เสร็จแล้วจ้ะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ

“ไม่เป็นไรๆ ไม่ใช่มนต์วิเศษอะไรขนาดนั้นหรอก”

สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไม่ต่างอะไรจากพวกนับถือศาสนา แค่ท่องไปตามบทสวด
คำพูดที่พูดไปไม่ใช่คำพูดที่มาจากฉันเลยแม้แต่น้อย

“วันนี้ เป็นคำพูดของใครหรอคะ”

“ก็ต้องเป็นของพระเยซูคริสต์ยังไงล่ะจ้ะ”

“ก็แสดงว่า ยังมีของคนอื่นอีกหรอคะ”

“ใช่จ้ะ มีทั้งของนักบุญคนสำคัญ ของพระสันตะปาปา และอีกหลายๆคนเลยล่ะจ้ะ”

“โห ทั้งๆที่เยอะขนาดนั้น พี่ก็ยังรู้หมดทุกอันเลยหรอ”

ฉันพยักหน้ารับให้กับเด็กสาวที่ส่งแววตาชื่นชมมาให้

แน่นอนว่าฉันเองก็ไม่ได้รู้ไปหมดทุกอันหรอก แต่ฉันก็ได้อ่านพวกคำสอนของ
พระเยซูคริสต์มามากพอสมควร

“เอ.. จริงสิ นี่ๆ พี่ให้ไอนี่เอาไหม”

ฉันพูดพร้อมกับหยิบลูกประคำออกมาจากกระเป๋าเสื้ออีกครั้ง

“เอ๋ จะดีหรอคะ ให้หนูมาแบบนี้”

“ดีสิ ยังไงพี่ก็มีอีกอันน่ะ”

“แล้วก็นะ แบบนี้พวกเราจะได้ขอพรด้วยกันได้ไงล่ะ”

“ขอพร... หนูเองก็จะใช้เวทย์มนต์ได้ด้วยหรอคะ?”

“ฮะๆ จะใช่เวทย์มนต์หรือเปล่า พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ”

 



เด็กสาวกุมลูกประคำไว้ในมือ ยิ้มแย่มอย่างมีความสุข

ปกติแล้ว คนไข้จากชั้น 7 จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและ
ส่งกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านสลับกันอยู่บ่อยครั้ง

แต่เด็กคนนี้ไม่มีบ้านให้กลับไป

เพราะฉะนั้นเธอจึงอยู่ที่นี่ และเพราะฉะนั้นฉันจึงอยู่ที่นี่ด้วยกันกับเธอ

เนลโลและอโลอาพบกัน และย่างเข้าสู้เดือนที่สอง

ซึ่งปกติแล้วมันเป็นช่วงเวลาที่คนไข้จะต้องกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านซักพัก...


จบบท "ความจริงใจ"

 
 

edit @ 20 Apr 2011 21:52:53 by planetdream

Comment

Comment:

Tweet