Pine Apple Tree

posted on 24 Sep 2010 16:53 by planetdream

ต้นสัปปะรด

 

ฉันเดินออกจากบ้านไปโรงพยาบาลเร็วกว่าที่เคย

กระเป๋าที่อยู่ในมือมีข้าวกล่องสำหรับ 2 คน และกระติกน้ำที่คุณแม่เติมน้ำเย็นมาให้เนื่องจาก
เห็นว่าอากาศร้อน

ฉันไม่แน่ใจว่าเราจะไปไกลกันแค่ไหน แต่ฉันจำได้ว่าพี่สาวเคยพูดไว้ว่าจะไปทะเล

 

 

"อ๊ะ คุณเซทซึมิ"

"พี่จิฮิโระ?"

"คือว่า ฉันกำลังตามหาคุณอยู่พอดีน่ะ"

เธอพูดพร้อมกับหยิบของจากกระเป๋าในมือของเธอและยื่นมาให้ฉัน

"ช่วยเอาสิ่งนี้มอบให้พี่สาวฉันได้ไหม"

"กุญแจหรอ"

สิ่งที่พี่จิฮิโระให้มาคือกุญแจสีเงินดอกหนึ่ง

"หรือว่า... จะเป็นกุญแจรถ?"

"อืม บอกพี่ว่ามันจอดอยู่ที่ทางด้านหลังของลานจอดรถ พี่ก็น่าจะเข้าใจน่ะ"

"งั้นก็ ฝากด้วยนะจ๊ะ"

หลังจากพูดจบ พี่จิฮิโระก็เดินจากไปอย่างเร่งรีบ

ไม่จริงมั้ง พี่ฮิเมโกะคงไม่ขับรถออกไปหรอก....

หรือบางทีอาจจะมีคนอื่นมาขับให้กันนะ?

ฉันขึ้นไปหาพี่ฮิเมโกะตามที่ได้นัดไว้ในขณะที่ยังสงสัย

 

 

 เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้น 7

ฉันชำเลืองมองไปในห้องนั่งเล่นแต่พอไม่เห็นพี่สาว ฉันจึงตรงไปยังห้องพักของเธอ

ฉันเคาะประตูพร้อมกับเดินเข้าไป

 

 

"อรุณสวัสดิ์จ้า วันนี้มาเร็วจังนะ"

"ก็ตามที่นัดไว้ไง"

"แล้วก็นี่ มีคนฝากมาให้"

ฉันพูดพร้อมกับ ยื่นกุญแจออกไป

"ขอบใจจ้ะ งั้นเราไปกันเลยไหม"

เธอคว้ากุญแจนั้นไปอย่างไม่ลังเล หรือบางทีพี่สาวอาจคิดจะขับรถไปตั้งแต่แรกแล้วก็ได้...

 

 

พวกเราเดินมายังลานจอดรถ

เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ป่วยนอกจะเข้ามากันมาก รถจึงแน่นเป็นพิเศษ

และหลังจากที่พวกเราเดินมาซักพักจนมาถึงส่วนที่อยู่ไกลที่สุดของลานจอดรถนั่นเอง

"อยู่นี่เอง ไม่ได้เจอกันมานานแค่ไหนแล้วนะ"

 

 

พี่สาวก็หยุดอยู่หน้ารถเปิดประทุนสีแดงคันหนึ่ง

เท่าที่เห็นไม่ฉันจะดูยังไงนี่ก็เป็นรถ 2 ที่นั่ง จึงไม่น่าจะมีคนมาขับให้แบบที่คิดไว้ตอนแรก

"เป็นไงรถคันนี้ ไม่เลวใช่ไหมล่ะ"

"เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ... พี่สาวขับรถไปแบบจะไม่เป็นไรหรอ"

"ใบขับขี่ก็มีนิ"

ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น

"อันตรายนะ..."

"นั่นสิ ถ้าชนขึ้นมาก็แย่เลยเนอะ"

"...."

"โถ่ ไม่เป็นหรอกน่า พี่เข้าใจๆ"

"ถึงจะเห็นแบบนี้ แต่ร่างกายของพี่เอง พี่ย่อมรู้ดีมากกว่าใครทั้งนั้นแหละ"

อืม... ถึงจะพูดออกมาแบบนั้น แต่จะเชื่อได้ซักแค่ไหนกันนะ

"แล้วก็นะ พี่เองก็ไม่อยากจะขับหรอก ถ้าเกิดว่ามันอันตรายมากจริงๆ"

"จริงหรอ"

"จริงสิ เพราะบนถนนไม่ได้มีแต่พี่เท่านั้นที่ขับรถอยู่หรอกนะ"

หลังจากพี่สาวพูดจบ เธอก็เปิดประตูเข้าไปในรถ

"แล้ว... เธอจะเอายังไงล่ะ ข้างๆพี่มีที่นั่งว่างอยู่พอดีนะ"

"......"

"เข้าใจแล้วน่า"

 

 

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับรถเปิดประทุนสีแดงที่ออกวิ่ง

รถวิ่งจากถนนสายที่ฉันคุ้นเคยดี ผ่านซุปเปอร์ใกล้บ้านที่ฉันเคยเข้าไปซื้อของเป็นบางครั้ง

หลังจากนั้นก็วิ่งผ่าน 3 แยก ไม่ช้าพวกเราก็ถึงถนนใหญ่

 

 

แต่สิ่งที่ฉันสงสัยก็คือ พี่สาวคิดจะไปไหนกันนะ

ก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่า ถ้าไปรถไฟก็ต้องใช้เวลา 2 ขั่วโมง ฟังดูก็น่าจะไกลพอสมควร

ขณะที่ฉันกำลังนั่งคิดไปพลางมองวิวไปพลางนั่นเอง

 

 

"อ๊ะ"

"อ๊ะ โทษที ตกใจหรอ"

"อืม นิดหน่อย"

 

 

"ดะ..เดี๋ยว อะ.."

"ฮะๆ.. ทนหน่อยแล้วกัน ไม่ได้ขับรถมานานแล้ว ขอเรียกฝีมือกลับก่อน"

ตอนแรกฉันคิดว่าพี่สาวเป็นพวกขับรถแบบน่ากลัว

แต่พอดูจริงๆแล้ว อาจจะเป็นเพราะนี่เป็นรถเปิดประทุเลยทำให้พอเลี้ยวกระชากแล้ว
มันเลยดูน่ากลัวกว่าปกติ

"นี่... ขับช้ากว่านี้หน่อยได้...."

 

 

"อ๊ะ ตะกี้จะพูดอะไรหรือเปล่า"

"... เปล่า"

สุดท้ายฉันจึงตัดสินใจอยู่เงียบๆและใช้มือจับเข็มขัดนิรภัยให้แน่นๆ

ลมคงทำให้ผมฉันยุ่งไปหมด แต่ตอนนี้คงต้องทนๆไปก่อน

ภาพของฉันตอนที่นั่งใช้มือสองข้างจับเข็มขัดนิรภัยไว้คงดูน่าตลกพิลึก

 

 

"เอ๊ะ? ทำอะไรอยู่น่ะ เซทซึมิ"

"ไม่ต้องสนใจฉันหรอก..."

 

 

พอรู้สึกตัวอีกทีตอนมองออกไปรอบๆ ทิวทัศน์ของเมืองก็ได้เปลี่ยนไปเป็นต้นไม้สีเขียว

และพี่ฮิเมโกะก็ดูเหมือนจะเรียกฝีมือคืนมาได้แล้ว หรือไม่ก็เป็นฉันเองที่รู้สึกชินกับการขับรถ
ของพี่ฮิเมโกะ..

แต่ไม่ว่าจะยังไง มันก็ทำให้ในที่สุดพวกเราทั้งสองเริ่มคุยกันได้ซะที

 

 

"เป็นไง รถแบบ open air นี่ก็ไม่เลวใช่ไหม"

"อืม ลมพัดมารู้สึกสดชื่นดี"

"ใช่แล้วๆ เวลาที่รู้สึกเหมือนได้รวมกับธรรมชาติแล้วนี่มันดีจริงๆเลยเนอะ"

 

 

ก็จริง เวลาขับอยู่ในเมืองคงไม่รู้สึกดีแบบนี้ แต่พอได้ออกมาเจอธรรมชาติ ต้นไม้ ป่าไม้ 

มันกลับทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนได้เป็นอิสระยังไงยังงั้น

และขณะที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่ เลนข้างๆก็มีรถขับสวนมาตลอด

ตอนแรกฉันคิดว่าพี่สาวขับรถน่ากลัว แต่ดูเหมือนที่จริงพี่เขาก็ขับรถปลอดภัยดีอยู่แล้ว

 

 

"รถคันนี้ เป็นรถอะไรหรอ"

"ตายจริง สนใจเรื่องรถหรอ"

"เปล่านี่ ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น"

คำถามนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรมาก ฉันก็แค่อยากรู้เฉยๆก็เท่านั้น

"รถสปอร์ทเปิดประทุน...ยูนอสน่ะ"

"บางที อาจจะเป็นรถที่ดีสุดๆไปเลยหรือเปล่า? "

"เปล่า ไม่ใช่รถที่ดีเด่นอะไรแบบนั้นหรอก"

"ก็แค่ฉันชอบมัน แอร์ก็ไม่มี นาวิเกเตอร์ก็ไม่ได้ติด แค่รถเก่าๆคันนึงเท่านั้นแหละ"

หลังจากนั้นพี่ฮิเมโกะก็บอกฉันเกี่ยวกับรถคันนี้หลายๆอย่าง

เรื่องที่มันเป็นรุ่น NA รุ่นแรก เรื่องแรงม้าของมัน และยังคงอธิบายถึงสมรรถนะของมัน
ด้วยศัพท์ที่ฉันไม่ค่อยจะเข้าใจ

"เฮ้ย! AE86 วิ่งแซงเราไปแล้ว!"

**เป็นรถ โตโยต้า โคโลล่า รุ่นหนึ่ง ถ้าใครเคยอ่าน Initial D ก็จะรู้จักกันดี

พี่สาวพูดพร้อมกับชี้ไปที่รถคันหนึ่งที่วิ่งแซงเราไปจากเลนข้างๆ

"โดนแซงไปแบบนี้ รู้สึกหงุดหงิดชอบกล ว่าไหม"

และพี่ฮิเมโกะก็ยังอธิบายต่อไปเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องยนต์แบบวางกลางขับเคลื่อนล้อหลัง
และเรื่องเครื่องยนต์แบบโรตารี่ พี่สาวพูดอย่างกระตือรือร้นกับสิ่งที่ดูแปลกประหลาดสำหรับฉัน

'เลอมองส์' ... เป็นชื่อของหวานหรือเปล่าหว่า

สำหรับฉันแล้ว คงไม่รู้แน่นอนว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่

แต่สิ่งที่ฉันเข้าใจชัดเจนก็คือ พี่สาวเป็นคนที่รักรถมาก

"อืม.... แต่แปลกจังน้า"

"อะไรหรอ"

"มันวิ่งได้ฉิวกว่าที่พี่คิดอีกนะ ทั้งๆที่พี่ทิ้งมันจอดไว้เฉยๆตั้งนานแล้วน่ะสิ"

รถเปิดประทุนยังคงวิ่งต่อไป กระโปรงหน้าสีแดงส่องสะท้อนกับท้องฟ้ายามฤดูร้อน
จากด้านบนขณะแล่นไปตามทาง

และเมื่อมองขึ้นไปอีกทีก็พบว่า ดวงอาทิตย์ที่เคยอยู่ทางด้านหลังบัดนี้
ก็ได้ลอยขึ้นมาอยู่เหนือหัวแล้ว

พอพวกเราผ่านถนนที่ลากผ่านสันเขามาแล้ว ในที่สุดท้องทะเลก็ค่อยๆแผ่ขยายออกมา
ให้เห็นตรงหน้า

 

 

"เป็นไง วิวดีใช่ไหมล่ะ"

"อืม"

แนวชายหาดที่ทอดต่อไกลสุดลูกหูลูกตา
แสงแดดยามฤดูร้อนที่ส่องประกายไปกับเกลียวคลื่นสีมรกต

ดงป่าสนลู่ไปตามลมอยู่ไกลตา เสียงแว่วของนกนาลนวลที่ดังก้องมาตามลม

และสิ่งที่ขึ้นอยู่ข้างๆตามถนนก็คือต้นปาล์ม"ฟินิกซ์" จำนวนนับไม่ถ้วน

ตามที่พี่ฮิเมโกะพูด มันดูคล้ายๆต้นสัปปะรดก็จริงตัวลำต้นก็สูงและใหญ่กว่าพวก
ต้นปาล์มปกติเสียอีก

 

 

"ถึงแล้วหรอ"

"อื้ม อีกแป๊ปนึงน่ะ มันมีจุดที่ๆพี่เคยมาครั้งนึงที่ไว้จอดรถได้"

 

 

--------------

 

 

"ถึงแล้วจ้ะ"

 

 

บนถนนที่ทอดยาวขนานกับทะเล มีพื้นที่ริมถนนซึ่งดูเหมือนจะทำไว้สำหรับจอดฉุกเฉิน

พื้นที่กว้างพอที่จะจอดรถได้ 2-3 คัน แต่ในเมื่อแถวนี้แทบจะไม่มีรถผ่าน จอดไปก็คงไม่เป็นไร

พวกเราออกจากรถและจอดมันไว้ตรงนั้น

 

 

"นี่ จะเอาน้ำอะไรไหม"

"...ชามะนาว"

"โอเค รอแป๊ปนึงนะ"

"เอ้า ได้แล้วจ้ะ"

เสียงของคลื่นกระทบฝั่งผสานไปกับเสียงเปิดกระป๋องที่ดังขึ้น

และพี่ฮิเมโกะก็หันหน้าไปทางทะเลในท่ามือเท้าสะเอว..

"อึกๆ ๆ อ้า อร่อยจัง"

พี่สาวกระดกน้ำส้มลงไปรวดเดียวแบบตอนดื่มนมกาแฟหลังจากแช่น้ำร้อน

โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ ฉันเองก็กระดกชามะนาวลงไปรวดเดียว
ในท่ามือท้าวสะเอวบ้าง

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินออกไปสู่ทะเลที่แผ่ขยายออกมาอยู่ตรงหน้า

 

 

 "ที่นี่ ... เป็นที่ๆสวยจังเลยนะ"

"อื้ม บางที..พี่คงจะชอบที่นี่ล่ะมั้ง"

"... เมื่อก่อนมาที่นี่บ่อยหรอ?"

"ไม่ค่อยหรอก นานๆครั้งน่ะ"

"แต่ก็นะ ตอนมาครั้งแรกก็หลงมาเท่านั้นแหละ"

"หลงมาหรอ?"

"ก็นะ รถคันนี้มันไม่มีระบบนาวิเกเตอร์ใช่ไหมล่ะ"

"เพราะงั้น พี่ก็เลยขับไปเรื่อยๆ แล้วเผอิญมาถึงที่นี่น่ะ"

ใบหน้าขณะที่พี่สาวกำลังพูดดูเปลี่ยนไปจากปกติเล็กน้อย

ดูโดดเดี่ยว แต่ก็ดูเหมือนกำลังคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่ เป็บสีหน้าที่ดูเข้าใจยาก

"เอาล่ะ งั้นเรามาเริ่มเป้าหมายหลักกันเลยดีกว่า"

พอพี่สาวพูดจบเธอก็กลับไปค้นของบริเวณหลังรถ

และหยิบสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นใบเลื่อยขนาดเล็กมา
และเดินไปยังต้นปาล์มฟินิกซ์ที่ขึ้นอยู่ตามริมถนน

....พี่เขาตั้งใจจะตัดมันจริงๆหรอ?

 

 

"นี่... นั่นมันอะไรหรอ"

"ตายจริง ไม่รู้จักเลื่อยตัดเหล็กหรอ ความจริงมันเอาไว้สำหรับตัดพวกโลหะ
แค่ตัดไม้ธรรมดาทำได้อยู่แล้ว

"ไม่ใช่แบบนั้น ฉันหมายถึงพี่สาวตั้งใจจะทำอะไร"

"ก็เลื่อยมันน่ะสิ ซักประมาณ 5 เซน"

พี่สาวพูดพร้อมกับจับมันวางไว้บนลำต้นของต้นปาล์ม

ถึงฉันจะรู้สึกว่าควรจะห้ามพี่ฮิเมโกะ แต่เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของพี่สาวแล้ว ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจ

หรือบางที แค่ 5 เซนก็คงไม่เป็นไรมากล่ะมั้ง

และขณะที่ฉันกำลังคิดกังวลอยู่ตามลำพังนั่นเอง

"อืม.. ไม่เอาดีกว่า"

พอพูดจบ พี่สาวก็ถือเลื่อยนั่นไปไว้ในหลังรถเหมือนเดิม

เฮ้อ.. ฉันโล่งใจนิดๆ พี่สาวคงรู้สึกสำนึกผิดละมั้ง ... หรือบางทีพี่เขาไม่ได้จริงจังตั้งแรกอยู่แล้ว

"คนยังเยอะอยู่เลย ไว้มืดกว่านี้หน่อยค่อยเริ่มก็แล้วกัน"

...ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดเลยซักนิด....

 

 

แสงแดดจ้า ไอทะเล และ กลิ่นของทะเลที่พัดมาตามลม 

นานๆทีก็จะมีฝูกนกนางนวลบินเข้ามาใกล้ๆ

สงสัยพวกมันคงเล็งอาหารกล่องมื้อเที่ยงสายๆที่วางอยู่ตรงหน้าเราทั้งสอง

 

 

"อืมมม แม่เธอนี่ทำอาหารอร่อยจังเลยน้า"

"เพราะวันนี้ คุณแม่ตั้งใจทำเป็นพิเศษน่ะ"

"งั้นหรอ เป็นคุณแม่ที่ดีจังเลยเนอะ"

"อืม"

พวกเราพูดคุยกันพลางทานอาหารมื้อเที่ยงไป

บนหัวสวมหมวกสานสำหรับกันแดด นั่งทานมื้อเที่ยงกันบนผ้าปูปิคนิคที่พี่ฮิเมโกะเตรียมไว้

พวกนกนางนวลที่อยู่รอบๆก็คอยเดินไล่ฉกแย่งเศษคร๊อกเกตที่พวกเราโยนไปให้
ดูไปแล้วก็ไม่ต่างกับพวกนกพิราบตามสวนสาธารณะ

พอดูท่าทางของพวกมันแล้ว เราทั้งสองก็อดขำไม่ได้

และฉันเองก็เริ่มสงสัยว่า ฉันไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้มันมานานแค่ไหนแล้วนะ

"ดูเหมือน... ยังคงคิดว่าเธอยังชอบมันอยู่สินะ"

พี่สาวพูดขณะมองไปยังมันฝรั่งทอดที่เหลืออยู่

"...."

คำพูดนั้นทำให้ฉันเงียบลง

พี่สาวเคยพูดว่าทำแบบนั้นมันดูไม่จริงใจ

บางทีคงหมายถึงถ้าฉันไมชอบมันก็พูดไปตามตรงว่าไม่ชอบ จะดูจริงใจซะกว่า

ฉันเองก็เข้าใจ

เข้าใจ... แต่คุณแม่เองก็อุตส่าพยายามทำมาจนมือแดงไปหมด

จะให้พูดต่อหน้าคุณแม่ที่ดูดีใจกับสิ่งที่ตัวเองเสียสละไปถึงขนาดนั้น...
มันจะทำให้เธอเศร้าลงแค่ไหนกันนะ...

ความเศร้า ที่ฉันเองก็รู้ดี....

และในตอนนั้นเอง

"เอ๋?"

พอฉันหันไปดูก็พบว่า พี่ฮิเมโกะกำลังใช้มือลูบหลังฉันอยู่

ดูคล้ายกับเวลาปลอบเด็กเวลาร้องไห้

"ก็นะ ช่วยไม่ได้นี่"

"มันไม่ง่ายแบบแค่พูดๆไปก็จบซะหน่อยนี่เนอะ"

"พี่ฮิเมโกะ..."

"นั่นสินะ.. แต่ถ้าซักวันเธอพูดมันออกมาได้ มันก็คงดี"

"...อืม..."

 

 

"รู้ไหม มันอาจจะยากก็จริง..."

"แต่จริงๆแล้ว ถึงเราจะพูดเอาแต่ใจออกไปบ้าง มันก็ไม่ผิดหรอกนะ"

พอพี่สาวพูดจบ เธอก็ยิ้มให้ฉัน

เธอให้กำลังใจฉันอย่างอ่อนโยน ด้วบใบหน้าที่ยิ้มแย้มร่าเริงเหมือนเช่นเคย

 

 

จบบท "ต้นสัปปะรด"  

 
 

edit @ 20 Apr 2011 21:51:19 by planetdream

Comment

Comment:

Tweet

ทำ patch ไทยสิปอป...

#1 By Exlz (58.11.61.245) on 2010-09-27 03:12