Punishment

posted on 05 Jun 2010 23:04 by planetdream
การลงโทษ

 

วันนี้พวกเราเปลี่ยนที่กินข้าวเที่ยงกัน

 

 

 

 

ในห้องนั่งเล่นที่ไม่มีใครอยู่ พวกเรานั่งกินข้าวพร้อมกับดูข่าวบนโทรทัศน์อย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก

"อื้มม คร๊อกเกตพวกนี้อร่อยจริงๆเลยน้า"

พี่ฮิเมโกะก็ขโมยอาหารกล่องฉันไปกินอีกเช่นเคย ซึ่งฉันก็เข้าใจดีว่า
อาหารของโรงพยาบาลรสชาติแย่แค่ไหน

พวกเราจึงตัดสินใจวางอาหารทั้งสองไว้ตรงกลางแล้วแบ่งกันกิน

"นี่ๆ พี่อยากกินคร๊อตเก็ตใส่ผักอะ"

"...อยู่ทางขวาสุดน่ะ"

"ค่า ขอบคุณมากค่ะท่านปรมาจารย์เซทซึมิ"

"....."

"คราวหลังไม่บอกแล้ว"

"โธ่ ล้อเล่นน่า ล้อเล่น"

ขณะที่พวกเราคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกินกันอิ่มแล้วนั่นเอง

"นี่ พี่เริ่มสงสัยนิดๆมาตั้งแต่คราวก่อนแล้วนะ"

"จริงๆแล้วเธอไม่ชอบไอนี่ใช่ม้า"

เธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่มันฝรั่งทอดที่เหลืออยู่

"เมื่อวาน สุดท้ายคนที่กินมันฝรั่งทอดจนหมดก็คือพี่เองถูกไหม"

"....."

."อืม ไม่ชอบ"

"งั้น ทำไมถึงใส่มาด้วยล่ะ"

"......"

ฉันคิดอยู่พักหนึ่งว่าจะตอบยังไงดี

แต่สุดท้ายฉันก็ตอบไปตามความจริง

"เพราะคุณแม่... คิดว่าฉันชอบมันน่ะ"

"หืม เธอเองก็ลำบากเหมือนกันนะ"

พี่สาวดูเหมือนจะเข้าใจความหมายนั้นทันที

เหมือนกับคราวก่อนที่ฉันใส่ชุดนักเรียน พี่ฮิเมโกะดูเป็นคนหัวไวเข้าใจสิ่งต่างๆได้ดี

แต่คำพูดต่อจากนั้นของพี่สาวกลับไม่ใช่เสียงที่ดูสดใสตามปกติ

"แต่ว่า... นั่นไม่ใช่ความจริงใจหรอกนะ"

"เอ๋?"

"ตอนนี้ เธออาจจะยังไม่เข้าใจหรอก"

"แต่ถ้าเธอคิดว่านั่นเป็นการคำนึงถึงจิตใจของคนอื่นล่ะก็เธอทำผิดแล้วล่ะ"

ไม่จริงใจ? ทำผิดงั้นหรอ?

อย่างน้อยฉันก็เข้าใจว่าที่พี่เขาพูดนั้นคงหมายถึงฉัน ไม่ใช่คุณแม่

แบบไหนถูก แบบไหนผิด

ฉันก็พอเข้าใว่าการที่ไม่ยอมพูดออกไปตามตรงนั้น ฉันทำไม่ถูก

ถ้าอย่างนั้น การพูดความจริงงั้นหรอถึงจะเรียกว่าอ่อนโยน

การพูดกับคุณแม่ว่าสิ่งที่คุณแม่พยายามทำเพื่อฉันเป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบงั้นหรอที่เรียกว่าอ่อนโยน

 

 

 

 

หลังจากนั้นฉันก็ถูกพี่ฮิเมโกะวานให้ไปซื้อของจากร้านค้าข้างล่างมาให้นิดหน่อย

พอเดินกลับออกมาจากลิฟต์บนชั้น 7 และกำลังกลับไปที่ห้องนั่งเล่นนั่นเอง

"เอ๋?"

บนทางเดินก่อนเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น

ฉันเห็นพี่ฮิเมโกะกำลังคุยกับพี่สาวคนหนึ่ง

...ซึ่งถ้าฉันจำไม่ผิด... พี่สาวคนนั้นเป็นผู้ช่วยเหลือที่ทักฉันไปเมื่อวันก่อน

พอฉันกำลังคิดว่าจะเข้าไปทักระหว่างที่พวกพี่เขาคุยกันอยู่...

แต่พอเห็นบรรยากาศของทั้งสองฉันก็รู้สึกว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งจึงได้แต่ยืนมองอยู่ไกลๆ

"พี่คะ พี่ยังไม่ได้รับ IV Drip เลยนะ"

*IV Drip คือการให้ยาโดยการหยดเข้าหลอดเลือดดำ คล้ายๆกับการให้น้ำเกลือ
ย่อมาจาก
Intravenous Drip 

"รู้แล้วน่า ก็กำลังจะกลับอยู่นี่ไง"

"แล้วก็เรื่องที่จะต้องทำความสะอาดร่างกายช่วงบ่ายนี้ด้วย.."

"......"

"จิฮิโระ คิดว่าพี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไง"

"อะ..ไม่ได้หมายความว่า....."

"ถ้างั้นก็ไม่ต้องมาเป็นห่วงพี่มากนักหรอก เธอก็กลับไปทำงานของเธอเถอะ"

"........"

พี่สาวแปลกหน้าเงียบลงและเดินจากไปทั้งๆแบบนั้น

ไม่ผิดแน่ เป็นพี่สาวที่ทักฉันไปเมื่อตอนนั้นจริงๆ

"นี่ เมื่อกี้นี้ใครหรอ"

"ก็ผู้ช่วยเหลือน่ะแหละ"

เป็นคำตอบที่ตอบแบบเลี่ยงๆประเด็นยังไงชอบกล

สำหรับฉันเองสิ่งที่พี่ฮิเมโกะอธิบายมาก่อนหน้านี้ทำให้ฉันมองว่า
ผู้ช่วยเหลือบนชั้น 7เป็นบุคคลที่น่าชื่นชม

แต่สำหรับพี่ฮิเมโกะแล้วดูเหมือนเธอจะไม่คิดแบบนั้น

โดยเฉพาะที่พี่เขาแสดงท่าทีต่อพี่สาวเมื่อครู่นี้แล้ว มันดูเย็นชาไปเลย

 

 

 

 

พี่ฮิเมโกะคงเห็นว่าฉันมีอะไรอยากจะพูดกับเธอเธอจึงเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่น

พี่สาวนั่งลงบนโซฟาที่เธอเลือกและโบกมือเรียกฉันให้มานั่งบนเก้าอี้ด้านตรงข้าม

"ที่จริงแล้ว พี่ก็เคยทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือมาก่อนนะ"

"เอ๋...ที่นี่หรอ"

"เพราะงั้นเลยรู้จักกันไง"

คาดไม่ถึงจริงๆแฮะ

ลักษณะของพี่ฮิเมโกะที่ดูสดใสร่าเริงนั้นดูไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของผู้ช่วยเหลือตามที่ฉันเห็น

อย่างน้อยบนชั้น 7 ภาพลักษณ์ของผู้ช่วยเหลือบนนี้ก็มักจะใจเย็นและสงบเสงี่ยมอยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้ามาคิดดูดีๆแล้ว ... มันก็อาจจะเป็นไปได้

ผู้ป่วยบนชั้น 7 นั้นจะได้รับสิทธิมากกว่าผู้ป่วยบนชั้นอื่นจนแทบจะไม่มีข้อห้าม

อย่างไรก็ตามในบรรดาผู้ป่วยทุกคนคนที่ดูจะมีอิสระเป็นพิเศษก็คือพี่ฮิเมโกะ

สิ่งที่ฉันเคยสงสัยก่อนหน้านี้ทั้งการไปปลูกดอกไม้บนสวนของโรงพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาติ
ทั้งการปฏิเสธผู้ข่วยเหลือของพี่ฮิเมโกะ

และยังการพยักหน้าตอบหรือทักทายพวกคุณหมอกับนางพยาบาลอย่างเป็นกันเองอีก

ถ้านั่นเป็นเพราะว่าพี่ฮิเมโกะเคยทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือที่นี่มาก่อนละก็
เธอก็คงคุ้นเคยกับคนของที่นี่และพวกเขาก็คงไม่ค่อยเข้มงวดกับเธอมากนัก

"นี่.. ขอถามคำถามนึงได้ไหม"

"ทำไมพี่ถึงทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือล่ะ"

คราวนี้ฉันเองเป็นฝ่ายเริ่มพูดบ้าง

ถึงเรื่องที่พี่ฮิเมโกะเคยทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือที่นี่มาก่อนจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม
แต่ทำไมเธอถึงอยากอาสามาทำกันล่ะ
?

อย่างน้อยเท่าที่ได้รู้จักพี่ฮิเมโกะมา ฉันคิดว่าเธอไม่น่าจะสนใจที่จะไปอาสา
ทำงานประเภทนี้เท่าไรนัก

"เพราะบ้านพี่นับถือคาธอลิกยังไงล่ะ"

"...คาธอลิก?"

"ใช่ ถึงจะนับถือตามพ่อแม่ก็เถอะ แต่ตัวพี่เองก็มักจะทำงานเกี่ยวกับการกุศลอยู่บ่อยๆ"

เป็นคำตอบทิ่ยิ่งคาดไม่ถึงเข้าไปใหญ่

แน่นอนว่าตัวฉันเองไม่ได้เป็นคนเคร่งศาสนาอะไรมากนัก
และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ดีเท่าไร

แต่ถ้าเทียบกับภาพลักษณ์ของผู้ช่วยเหลือแล้ว ภาพลักษณ์ของคนที่เคร่งศาสนา
ยิ่งดูห่างไกลจากพี่ฮิเมโกะมากขึ้นไปอีก

"แล้วก็ที่นี่น่ะ ก็เป็นโรงพยาบาลคริสต์ไม่ใช่หรอไง"

"อืม อันนั้นฉันรู้"

"ก็นะ ตามนั้นแหละ"

เธอพุดเหมือนนั้นคือคำตอบของทั้งหมด

จะว่าไปพอพี่ฮิเมโกะพูดขึ้นมาฉันเองก็พึ่งนึกได้

ที่ผ่านมาฉันก็มักจะเห็นคนที่ดูคล้ายๆบาทหลวงหรือไม่ก็แม่ชีเข้าๆออกๆที่นี่บ่อยๆ

แต่สำหรับผู้ป่วยทั่วไปแล้วคงไม่คำนึงถึงเรื่องพวกนี้เท่าไรนัก

แทนที่จะคำนึงว่าโรงพยาบาลนี่ศาสนาอะไร ให้คำนึงถึงคุณภาพของอุปกรณ์การรักษา 
คำนึงถึงคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์ ดูจะเป็นเหตุผลที่พวกเขาคำนึงก่อนที่จะ
เข้าโรงพยาบาลมากกว่า

ทว่านั่นกลับไม่ใช่เหตุผลสำหรับคนที่จะเข้ามาทำงานในโรงพยาบาล

"แต่ว่า ยังไงพี่ก็เป็นแค่พวกคริสเตียนในนามตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ"

"งั้นหรอ"

"ช่าย ก็พอดีบ้านพี่มันอยู่ติดกับโบสถ์แค่นั้นแหละ"

พี่สาวพูดด้วยน้ำเสียงสดใสตามปกติทำให้ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดจริงหรือโกหก

แต่ตอนนั้นเองภาพที่พี่สาวหันไปมองทางหน้าต่างซึ่งปกติมักจะไม่ค่อยได้เห็น
เธอทำหน้าแบบนั้น มันทำให้ฉันคิดว่าคำพูดของพี่สาวดูขัดแย้งกับความรู้สึก

"แต่พี่ไม่นึกมาก่อนเลยน้าว่าอยู่ๆตัวเองจะต้องมาเข้ามาเป็นผู้ป่วยของชั้น 7"

"ฮะๆๆ สงสัยพี่คงโดนพระเจ้าลงโทษจริงๆนั่นแหละ"

 

 

 

 

เมื่อฤดูร้อนดำเนินจนใกล้จะจบสิ้นลง

อยู่ๆคุณพ่อก็กลับบ้านเร็วกว่าปกติทำให้วันนี้พวกเราได้มากินข้าวเย็นกันพร้อมหน้าพร้อมตา

ตั้งแต่พวกเราย้ายบ้านมา เวลาเดินทางของคุณพ่อก็ยาวขึ้นพวกเราจึงไม่ได้มาทาน
ข้าวเย็นด้วยกัน 3 คนมาซักพักแล้ว

 

 

 

 

"หืม มีเพื่อนแล้วงั้นหรอ"

"ใช่ค่ะ ช่วงนี้เซตซึมิเลยออกจากบ้านทุกวันเลยล่ะค่ะ"

"ดีจังนะ เซทซึมิ"

"ค่ะ"

คุณพ่อดูดีใจที่ฉันมีเพื่อน

และพอสภาพร่างกายฉันปกติดี ก็ยิ่งทำให้คุณพ่อดูมีความสุขมากขึ้นไปอีก

เมื่อก่อนพวกเรา 3 คนมักจะกินข้าวเย็นพร้อมกันแบบนี้เสมอ

แต่ตอนนี้พอคุณพ่อกลับดึก ก็เหลือแต่เพียงคุณแม่ที่กินข้าวเย็นกับฉันและมีบางครั้งที่แม่จำเป็นต้อง
ทำงานล่วงเวลาทำให้ฉันต้องนั่งกินข้าวคนเดียว

นั่นกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

นับจากวันนั้นเมื่อ 3 ปีก่อน วันที่ฉันต้องไปโรงพยาบาลเป็นประจำ

พี่ฮิเมโกะพูดว่า "โดนพระเจ้าลงโทษ" สินะ

ถ้างั้นฉันเองก็คงไปทำอะไรผิด แล้วก็โดนลงโทษด้วยอย่างนั้นหรือ

ฉันไปทำอะไรผิดล่ะ

แล้วคนที่จะโดนลงโทษ...

คือตัวฉันเองหรือเปล่า? คือคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า?หรือบางทีทุกคนหรือเปล่า?

"เป็นอะไรหรือเปล่าจ้ะ เซทซึมิ"

"เปล่า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

 

 

 

 

พอฉันเข้าไปในห้องและเปิดหน้าต่างสายลมยามค่ำคืนก็ทำให้ฉันรู้สึกเย็นสบาย
ภายในห้องที่ร้อนอบ

มีเรื่องหลายอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ

ถ้าพวกเราโดนลงโทษจริง คนที่จะมาลงโทษพวกเรานั้นเป็นพระเจ้าหรือใครกันนะ

และถ้าฉันไปพูดกับพระเจ้าหรือคนที่มาลงโทษฉันว่า "หนูขอโทษ"...... เขาจะยกโทษให้ฉันหรือเปล่า?

ตัวฉัน ที่ได้แต่นั่งกินมันฝรั่งทอดอย่างเงียบๆ อยู่ๆกลับถูกเรียกว่าเป็นคนไม่จริงใจ

และพี่ฮิเมโกะที่อยู่ๆก็เข้ามาสนิทกับฉันแม้ว่าคนอื่นที่ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนกลับตีตัวออกห่าง

ฉันคิดว่าพี่สาวเองก็คงเหมือนกัน

คงเป็นเพราะว่าตัวเธอเองก็ไม่ได้ใครอยู่เคียงข้างเหมือนกันนั่นเอง

 

จบบท "การลงโทษ" 


 
 

edit @ 20 Apr 2011 21:50:17 by planetdream

Comment

Comment:

Tweet

ยอมรับนะว่ารีบ แปลเสร็จ อ่านซ้ำ 1 รอบ แล้วลงเลย = =a

#2 By planetdream on 2010-06-08 17:23

QC

วันนี้ พวกเราเปลี่ยนที่กิน**ขาว**เที่ยงกัน

ขาวกินไม่ได้ครับ ท่าน บรรทัดแรกเลย -*- ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ

#1 By Iscariot (113.53.23.247) on 2010-06-07 10:58