Croquette

posted on 02 Jun 2010 16:01 by planetdream
คร๊อกเก็ต
 
 
 

 

 

เสียงร้องของเหล่าจักจั่นดังระงม

"ร้อน"

ทั้งๆที่ยังอยู่ในช่วงเช้าแต่กลับรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นเวลาเที่ยงของวัน
วันนี้ก็คงเป็นวันที่ร้อนอีกเช่นเคย

ฉันเดินทางไปโรงพยาบาลอีกครั้ง บนทางเดินที่ใช้เวลา 3 นาที

ในมือมีกระเป๋าถือคู่ใจลายดอกทานตะวันสีเหลืองบนพื้นสีขาว

ดูเหมือนไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเมื่อวานและยังคงเป็นแค่วันหนึ่งในฤดูร้อนเช่นเคย

แต่วันนี้ในกระเป๋าถือมีข้าวกล่องที่คุณแม่ทำให้ฉันตามที่ท่านบอกไว้

"หวัดดีจ้า เซทซึมิ"

ฉันเดินไปตามเสียงที่คุ้นเคยซึ่งเรียกฉันอยู่ไม่ไกลมากนัก

 

 

 

 

"พี่มาทำอะไรแถวนี้หรอ"

"ก็รอเซทซึมิอยู่นะสิ มีอะไรให้ช่วยนิดนึง"

พอพูดจบพี่สาวก็เดินนำออกไป

พอกำลังคิดว่าพี่สาวจะพาไปไหนพวกเราก็เดินเข้ามาทางด้านหลังของโรงพยาบาล
จากปกติจะเข้าทางด้านหน้า

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ฉันก็เดินตามพี่สาวไป

 

 

 

 

"ถึงแล้วจ้า ที่นี่แหละ"

ที่ที่พวกเรามาเป็นสวนหย่อมของโรงพยาบาลแห่งนี้

ในสวนหย่อมมีน้ำพุเล็กๆซึ่งมีนาฬิกาแดดตั้งอยู่ข้างๆและสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้หลากสี
ปลูกอยู่รอบๆฉันเคยมาที่นี่นับครั้งไม่ถ้วนในสมัยที่ฉันยังนอนพักที่โรงพยาบาล

"ที่นี่... มีอะไรหรอ"

"ก็ ลองดูตรงนั้นสิ"

เธอชี้ไปยังมุมๆหนึ่งของสวนดอกไม้ที่มีพื้นที่ประมาณ 3 ตาราเมตรและยังคงว่างเปล่าอยู่
ถึงแม้จะมีหญ้าและดอกไม้โตขึ้นรอบๆก็ตาม

"เพราะงั้นพี่เลยเอานี่มา แต่น แตน แตน แต๊น"

"นั่นมันอะไร"

"หัวของพืชไงล่ะ หัวพืช พี่คิดว่าจะปลูกมันซะหน่อยน่ะ"

พี่ฮิเมโกะหยิบหัวพืชออกมาจากถุงพลาสติกและโชว์ให้ฉันดูอย่างภูมิใจ

พอลองมองเข้าไปดูในถุงคร่าวๆแล้วเหมือนจะมีอีกเป็นร้อยหัวอยู่ในนั้น

ถ้าจะช่วยกันปลูกสองคนละก็ คงใช้เวลาประมาณชั่วโมงเดียวก็เสร็จแต่ปัญหาก็คือ...

"ปลูกลงไปเลยแบบนี้จะดีหรอ"

"หืม ก็...ยังไงตรงนี้ก็เป็นแปลงปลูกสำหรับหน้าหนาวนิ"

"หมายถึง... ทำแบบนี้จะดีหรอ"

"ไม่เป็นไรน่า ไม่มีใครว่าหรอก"

ตอบข้างๆคูๆยังไงชอบกล

ถ้านี่เป็นแปลงดอกไม้สำหรับฤดูหนาวละก็ ดอกไม้ที่พี่สาวกำลังจะปลูกนั้น
จะเป็นดอกไม้หน้าหนาวก็ไม่แปลกเพราะช่วงนี้เป็นช่วงเหมาะที่จะเริ่มปลูก

 แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่อยู่ๆจะไปปลูกดอกไม้บนสวนของโรงพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาติ

หรือว่า ผู้ป่วยบนชั้น 7 มีสิทธิ์ขนาดจะทำแบบนี้ได้ด้วยหรือไงนะ

"งั้น เรามาเริ่มกันดีกว่า ก่อนอื่นก็ขุดดินลึกซัก 10 เซนก่อนนะ"

หลังจากพูดจบพี่สาวก็ยื่นถุงใส่หัวพืชกับช้อนพรวนดินมาให้ฉันถือ

ช่วงนี้สุขภาพของฉันปกติดี จึงคิดว่าทำสวนแค่นี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ที่น่าเป็นห่วงคือพี่ฮิเมโกะมากกว่า เพราะอากาศค่อนข้างร้อนแถมยังต้องมาทำกลางแจ้งอีก

แต่ถึงฉันจะเป็นห่วงยังไงก็ตาม ตอนนี้พี่ฮิเมโกะก็เดินเข้าไปในแปลง
และเริ่มปลูกอย่างกระฉับกระเฉง.

เสียงขุดดินดังขึ้นเป็นจังหวะ

"..."

หรือเธอชอบทำสวนเป็นงานอดิเรกอีกอย่างกันนะ ฉันคิดขณะเสียงขุดดินยังดำเนินต่อไป

เมื่อดูจากท่าทางที่ดูคล่องแคล่วของพี่เขาแล้ว เป็นใครมาเห็นก็คงคิดแบบนั้น

"เอาล่ะดีมาก ทำแบบนั้นแหละ เสร็จแล้วก็ใช้ช้อนตักดินมากลบเบาๆนะ"

"อ่ะ .. อืม"

ฉันลองทำตามที่พี่สาวทำดู โดยมีพี่สาวแนะนำมาเป็นระยะๆ

"นี่... ที่กำลังปลูกอยู่เป็นดอกอะไรหรอ"

"ดอกแดฟโฟดีลน่ะ รู้จักไหม"

"อะ..อืม ถ้าแค่ชื่อก็พอรู้"

ถึงจะตอบไปแบบนั้น ฉันก็ยังพอจำได้ว่ามันเป็นดอกไม้สีขาว

ปกติแล้วฉันมักจะเห็นมันบานอยู่ในโทรทัศน์หรือไม่ก็ในหนังสือนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้จับหัวของมัน

"รู้ไหม หายากมากเลยนะ ที่จะเจอหัวของมันในช่วงนี้"

"งั้นหรอ"

"อืม ปกติแล้วจะเจอในช่วงปลายฤดูร้อนมากกว่า"

หลังจากนั้นพี่สาวก็ได้อธิบายเพิ่มเติม

ดอกแดฟโฟดีล มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า นาร์คิสซัส (Narcissus) เป็นไม้ดอกในตระกูล
Amaryllidaceae จำพวกหอมญี่ปุ่น

สามารถปลูกได้ด้วยเมล็ด แต่เนื่องจากวิธีนี้จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 2-3ปี
กว่ามันจะโตและออกดอก จึงนิยมใช้หัวของดอกชนิดนี้ในการปลูกมากกว่า

พี่สาวเล่าว่าพี่เขาประทับใจในช่วงเวลาที่เห็นมันเบ่งบานอย่างงามสง่าแม้ว่าจะต้องอยู่
อย่างโดดเดี่ยวในแปลงดอกไม้ในช่วงกลางฤดูหนาวก็ตาม

"พี่ทำสวนเป็นงานอดิเรกจริงๆสินะ"

"หืม ไม่ใช่งานอดิเรกอะไรหรอกจ้ะ"

"งั้นทำไมถึงรู้ดีจังล่ะ"

"อืม ถ้าจะให้พูดล่ะก็ เป็นส่วนหนึ่งของงานละมั้ง"

งานงั้นหรอ? เป็นพวกคนทำสวนหรือคนขายดอกไม้หรือเปล่านะแต่เธอเคยบอกว่าเธอชอบรถนี่นา

ฉันไม่ค่อยเข้าใจนักจริงๆแล้วฉันเองก็ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับพี่ฮิเมโกะไม่มากเท่าไร

"เอาเถอะ ยังไงตอนที่พวกมันกำลังเบ่งบาน ถึงตอนนั้นฉันก็คงไม่อยู่แล้วล่ะ"

และเหมือนเช่นเคยเธอก็ยังพูดเรื่องน่าใจหายแบบนั้นได้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

ถึงฉันจะรู้ว่าพี่สาวเป็นผู้ป่วยบนชั้น 7ซึ่งต่างก็รู้ตัวว่าเวลาของตัวเองเหลืออยู่อีกเท่าไรก็ตาม

แต่ฉันก็ยังแปลกใจกับท่าทีที่ดูไม่ค่อยใส่ใจของพี่สาวและสามารถพูดด้วยท่าทางแบบนั้นออกมาได้

"เอาล่ะ เท่านี้ก็คงหมดแล้วล่ะมั้ง กลับไปที่ห้องกันเถอะ"

พวกเราเดินไปล้างมือล้างคราบดินด้วยกันก่อนที่จะกลับไปบนชั้น 7

 

 

 

พอพวกเราออกมาจากลิฟต์ รถเข็นขนาดใหญ่สำหรับใส่ถาดอาหารกลางวันก็อยู่ตรงหน้า
ดูจากเวลาแล้วคงได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี

 

 

 

 

พี่ฮิเมโกะกลับมาที่ห้องพร้อมกับถาดอาหารกลางวันในมือ

ปกติแล้วฉันมักจะกลับไปกินอาหารเที่ยงที่บ้านเมื่อถึงเวลา

"นี่เซทซึมิ พวกเราไปกินกันที่โรงอาหารไหม  จะให้เธอกลับบ้านแล้วมาใหม่ก็ลำบากเปล่าๆ"

เธอแนะนำขณะถือถาดอาหารอยู่บนมือ

ปกติแล้วฉันคงจะค่อนข้างลำบากใจนิดๆที่จะตอบตกลงแต่ถ้าเป็นวันนี้ละก็ไม่มีปัญหา

"วันนี้หนูเตรียมข้าวกล่องมาแล้วน่ะ"

"เอ๋? เธอเตรียมมาหรอ?"

"อืม พอดีคุณแม่ทำมาให้น่ะ"

ฉันตอบพร้อมกับหยิบข้าวกล่องออกมาจากกระเป๋าถือและเปิดมันบนโต๊ะเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆ